ฟรี ร้านค้า ออนไลน์ 3.235.105.97 : 02-10-20 6:08:44   
สมัครสมาชิกใช้งานติดต่อโฆษณาสินค้าแยกตามหมวดร้านค้าสมาชิกกระดานสนทนากระดานสนทนา
  หมวดสินค้าของเรา            
  
 
Notebook
Piano & Keyboard
กระเป๋า
กล้องถ่ายรูป
กวดวิชา ติวเตอร์ ฝึกอบรม
การเกษตร
การเงิน&บัญชี
กีต้าร์ กลอง เครื่องดนตรี
ก่อสร้าง
ของที่ระลึกจากภาพยนตร์
ความงามและสุขภาพ
คอมพิวเตอร์
งานประดิษฐ์
จักรยาน&จักรยานยนต์
ตกแต่ง ซ่อมแซม
ตั๋ว&บัตร
ตุ๊กตา&ของเล่น
ที่ดิน
ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ท่องเที่ยว
ธนบัตร&เหรียญ ของสะสม
นวนิยาย
บริการถ่ายภาพ
บ้าน
บ้านและสวน
ประกันภัย&ประกันชีวิต
พระ
รถยนต์ ประดับยนต์
วัตถุมงคล
สัตว์เลี้ยง
สำนักงาน
สินค้า หรือ บริการทั่วไป
หนังสือ
หนังสือการ์ตูน
หนังสือคอมฯ
หนังสือออกใหม่
ห้องซ้อมดนตรี
ห้องพัก หอพัก
อาคารชุด
อาคารพานิชย์
อินเตอร์เนต
อุปกรณ์ เครื่องเขียน แบบเรียน
อุปกรณ์กีฬา
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
อุปกรณ์และของใช้ในบ้าน
เกมส์
เครื่องถ่ายเอกสาร
เครื่องประดับ
เครื่องเสียงรถยนต์
เครื่องใช้ไฟฟ้า
เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย
เสื้อผ้าแฟชั่น และอื่นๆ
โชว์ การแสดง
โทรศัพท์&อุปกรณ์เสริม
โทรสาร
โน๊ตเพลง

หลอดเลือดในสมองแตก โรคร้ายที่ต้องระวัง  

หลอดเลือดในสมองแตก โรคร้ายที่ต้องระวัง
 



ภาวะโรคหลอดเลือดในสมองแตก (รู้จักกันดีใน Hemorrhagic Stroke) หรืออีกภาวะหนึ่ง คือ เมื่อเส้นเลือดสมองอุดตัน (รู้จักกันใน Ischemic Stroke) ทั้งสองชนิด นอกจากกระแสเลือดไหลเวียนไปยังเซลล์สมองส่วนนี้จึงทำให้ส่วนสมองตายเร็ว เหลือเพียงแต่ความไร้คความสามารถถาวร บางครั้งภาวะที่เลือดอุดตันชั่วคราว เป็นเหตุให้เกิดอาการสโตรคเพียงสั้นๆ รู้จักกันใน transient ischemic attrack(TIA) มันเป็นการคาดการณ์ถึงความรุนแรงของสโตรค

                                              หลอดเลือดในสมองแตก

ทุกคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไปควรเรียนรู้เรื่องเส้นเลือดในสมองแตก ไม่สามารถควบคุมปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดได้ แต่มีหลายปัจจัยที่สามารถทำได้ แม้ว่าคุณมีประวัติเสี่ยงทั้งหมดได้ แต่มีหลายปัจจัยที่สามารถทำได้ แม้ว่าคุณมีประวัติเสี่ยง ด้วยการลดโอกาศโดยการทำตามวิธีดังต่อไปนี้

 

-          อย่าสูบบุหรี่ คนสูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงต่อสโตรค ischemic ถึง 2 เท่า

-          จำกัดแอลกอฮอล์ไม่ให้มากกว่า 1 – 2 แก้วต่อวัน

-          ออกกำลังกายทุกวัน ครึ่งชั่วโมงต่อวันด้วยการเดินเร็วหรือการเต้นแอโรบิก

-          กินอาหารที่ดีต่อหัวใจ ด้วยการลดเกลือ ไขมันต่ำ และกินเส้นใยอาหารสูง

-          ประวัติความดันโลหิต ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุพื้นฐานของสโตรค ให้ร่วมมือกับแพทย์ประจำตัวให้ระดับความดันไม่มากไปกว่า 140/90 mm Hg หากมีผล้างเคียงมาจากการรักษาโรคความดันโลหิต ให้คุรเปลี่ยนยาหรือกินยาลดลงและใช้ยาชนิดอื่นที่ทำงานต่างกัน

-          ประวัติคอเลสเตอรอล ความดันโลหิตใช้ควบคู่กับการกินอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยาที่ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลอยู่ในระดับที่น่าพอใจ คือ คอเลสเตอรอลด้วยรวมน้อยกว่า 200 mg/dl LDL ต่ำกว่า 130 mg/dl และ HDL สูงกว่า 35 mg/dl

-          หากคุณเป็นโรคเบาหวานให้ควบคุมการกินอาหาร การออกกำลังกายและการกินยาเป็นเรื่องสำคัญ

-          หากคุณมีอายุมากกว่า 50 ปี คุณควรตรวจเช็คหัวใจด้วยเครื่องไฟฟ้าวัดหัวใจ EKG แพทย์ประจำตัวอาจจะให้คุณทำเมื่อคุณมีสัญญาณองหัวใจเต้นพลิ้ว (atrial fibrillation) มีการเคลื่อนไหวจังหวะหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอองหัวใจส่วนบน (the atria) และมีโอกาสเพิ่มึ้นเป็นสโตรคสาเหตุของเส้นเลือดอุดตันในหัวใจและลามไปสู่สมอง มีหลายกรณีที่การเต้นของหัวใจเต้นพลิ้ว (atrial fibrillation) ควรได้รับการรักษาให้เส้นเลือดบางลง หรือใช้ยา warfarin (Coumadin)

หากคุณมี TIA หรือสโตรคชั่วคราว ควรปรึกษากับแพทย์ประจำตัวเพื่อเลือกการผ่าตัดลอกคราบมันองเม็ดเลือดแดงคาโรติค ( Carotid endarterectomy) เส้นเลือดแดงใหญ่ที่ผ่านคอจนไปถึงสมอง กระบวนการนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยง และผลของการผ่าตัดขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ก็มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีโรคเส้นเลือดแดงและคนที่เป็นสโตรคชั่วคราวหรือ TIA

การสังเกตุและการเกิดอาการสโตรคอย่างฉับพลัน

สิ่งที่สำคัยที่สุดคือการเรียนรู้ถึงอาการของสโตรค อย่าเสียดายเวลาติดต่อกับหมอรักษาโรคทั่วไป การกินยาสามารถช่วยหยุดการโจมตีของอาการสโตรค แต่ยังสามารถกลับมาได้อีก แต่ต้องควบคุมภายใน 3 ชั่วโมงตั้งแต่เกิดอาการ

อาการสโตรค ได้แก่

-          ตาพล่ามัวฉับพลันหรือลดการมองเห็น บางทีอาจเป็นเพียงต้างเดียว

-          ส่วนใดส่วนหนึ่งองร่างกายอ่อนแรงอย่างเฉียบพลัน

-          พูดไม่ออกหรือไม่เข้าใจในการสนทนา

-          วิงเวียนศีรษะรุนแรงอย่างฉับพลัน

-          หากคุณมีอาการหนึ่งในอาการเหล่านี้ ให้โทรศัพท์หาหมอเฉพาะทางโรคหายใจทันที เพราะสโตรคไม่มีสาเหตุไม่มีสาเหตุของความเจ็บปวดหลายๆ คนที่มีอาการเล็กน้อยหรืออาการชั่วคราวชอบคิดว่า จะรอเพื่อดูอาการตามมาภายหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมากเพราะมันสามารถทำให้เป็นอัมพาตตลอดชีวิตหรือเสียชีวิตได้



   
   
 


Article write by : ธีรวัฒน์แคร์ Visit website
Visit website error query webboard member 1